ชีวิตหน้าหางเสือ

posted on 07 Aug 2009 11:43 by teentotravel

 

บ่ายแก่ๆที่อ่าวไร่เลย์ ผมกระโดดขึ้นเรือแล้วเดินก้าวเข้าไปนั่งด้านในสุด ห่างจากเครื่องยนต์เรือไม่ถึงเมตรครึ่ง ผมอาศัยเรือเล็กๆลำนี้พร้อมกับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกสามคู่ เพื่อจะกลับเข้าตัวสู่เมืองกระบี่ เรือหางยาวแบบนี้ชาวบ้านเรียกว่าเรือหัวโทง เป็นเรือที่กินน้ำตื้น ท้องเรือกว้างหัวเรือแหลม เพิ่มเติมหลังคากันแดดให้นักท่องเที่ยว มีพี่คนขับเรือ เป็นชายตัวเล็กผิวเข้ม แต่รูปร่างสันทัดตามแบบฉบับชาวเรือ พี่แกชื่อมานะ ผมทราบหลังจากยิ้มทักทายและพูดคุยกันไม่นาน 

เรือออกจากอ่าวได้ไม่เท่าไหร่ ฝนเริ่มโปรยเม็ดอ่อนๆผสมกับละอองทะเลปรายชโลมหน้า ผมชะเง้อมองผ่านกาบเรือออกไป เมฆฝนจับตัวเป็นเงาดำ คลื่นเริ่มแรง เรือเริ่มโคลงเคลงตามกระแสคลื่น 

ไหวมั้ยพี่ คลื่นท่าจะแรงน่ะ ผมเอี้ยวหลังถามพี่มานะด้วยความเป็นห่วง
สบาย.... พี่มานะตอบ แต่เห็นผมยังคงไม่ค่อยพอใจกับคำตอบเสียเท่าไหร พี่แกเลยพูดต่อ โน้นเห็นมั้ย คลื่นมาสูงแบบนั้น ต้องหันหัวเรือสู้ ไม่ใช่หนี อย่าเอาข้างเรือเข้าเพราะเรือมันจะโคลง บังคับยาก ต้องหันหัวเรือเข้าตรงๆ ไม่ต้องไปหนี !!  ไม่ต้องไปกลัว!! คลื่นสูงแค่ไหนเราก็ไปได้ ขอให้มือต้องจับหางเสือให้มั่น ตาสังเกตคลื่นให้ดี พี่มานะตอบ 

หัวเรือมุ่งหน้าแหวกออกทะเล แววตาพี่มานะตั้งมั่น แขนเกร็งมือกำปลายท่อเหล็กที่ต่อยาวไปถึงใบพัดและหางเสือแบบหลวมๆ เรือฝ่าระลอกคลื่น กระแทกเข้ากระทบหัวเรือ ทีละลูก ทีละลูก เล็กบ้างใหญ่บ้าง แต่เรือก็โคลงน้อยกว่าตอนแรกมากนัก 

ชีวิตคนเราย่อมมีอุปสรรค เล็กบ้างน้อยบ้าง เป็นธรรมดา ท้อแต่อย่าถอย ต้องมานะ เผชิญอุปสรรคแบบตรงๆด้วยเหตุผลและความเข้าใจ อย่ามัวแต่หลบหนี การหลบหนีมันก็แค่ความสบายชั่วคราว แล้วในที่สุดเราก็ต้องกลับไปปลดไปแก้ปมนั้นอยู่ดี อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

คลื่นลมเริ่มสงบลง ฝั่งเริ่มเห็นอยู่ไม่ไกล ผมเอี้ยวตัวไปดูพี่มานะ แกยิ้มรับ แววตาของพี่มานะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

ช่วงเช้าก่อนวันถึงเกิดไม่กี่วัน หลังจากตื่นขึ้นลืมตา เพราะว่าเสียงตู๊ดๆ จากนาฬิกาปลุก สูดหายใจเข้าปอดอย่างมีสติเป็นวันที่หมื่นสองพันกว่าวันหรือราวเกือบสามแสนกว่าชั่วโมง ตานอนมองฝ้าเพดาน ทอดอารมณ์ผ่านความคิด ล่องลอยตามแรงลมของใบพัดลม แล้วจู่ๆก็คิดว่า แอ๊ะ...นี่เราอายุมากขึ้น มากขึ้นทุกวันแล้วนี้

ช่วงก่อนอายุถึง30นี้มันช่างเชื่องช้า อืดอาด ยาวนาน ผสานหลากเรื่องหลายราว พอผ่านพ้นอายุ30ขึ้น มันช่างเหมือนติดไฮสปีด ปีหนึ่งปีหนึ่งผ่านไปเร็วมาก ทำนู้นทำนี่ไม่ทันไรก็ผ่านไปปีนึงแล้ว แล้วเราแก่ตัวขึ้นทุกวัน ทุกวัน แต่ทุกวันนี้ เรามัวแต่ทำอะไรอยู่ ทำไมไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เราอยู่เพื่ออะไร และ เพื่อใคร ???

แต่อารมณ์ผมตอนนี้ ผมคิดว่าแยกแยะออก ระหว่างอารมณ์และเหตุผล มันต่างกับตอนสมัยวัยรุ่นที่ดูวุ่นวาย คุณครูสมัยผมเรียนมัธยมพร่ำมักสั่งสอนว่า วัยรุ่นแบบเธอนี้เขาเรียกว่า วัยพายุบุแคม ทำไมพายุต้องบุแคมเป็นคำถามที่ผมยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้มาจนปัจจุบัน รู้แต่สมัยวัยรุ่นนั้นส่วนใหญ่จะ มีอารมณ์รุนแรงแต่อ่อนไหว หนักแน่นแต่ไม่มั่นคง ถ้าต้องการจะทำอะไรก็ต้องทำให้ได้ ถ้าถูกขัดขวางจะตอบโต้ แต่ความต้องการนั้นจะเปลี่ยนแปลงได้ง่าย หันเหไปสู่ความต้องการความสนใจใหม่ๆอยู่เสมอ และมีการวิตกกังวลในเรื่องของชีวิต เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหา เช่น เมื่อจบการศึกษาไปแล้วจะไปเรียนต่อที่ไหน จะเลือกเรียนอาชีพอะไร

แต่ช่วงเวลาที่ผมรู้สึกอยู่นี้มันข้ามขั้นเวลามาอีกก้าวจากวัยรุ่น ทุกอย่างคิดเหตุและผล อย่างจริงจังและชัดเจนมากขึ้น ไม่ได้มีปัจจัยของอารมณ์และฮอร์โมนมาเป็นตัวแปร ความรู้สึกอยากสร้างความมั่นคงแข็งแรงให้กับชีวิตปัจจุบันและเพื่ออนาคต ความพยายามให้ใครบางคนเห็นคุณค่าที่มีอยู่ในตัวของเรา ผมคิดทบทวนแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง อารมณ์แปรปวน พาลคนรอบข้าง หงุดหงิดบ้างในบางครั้ง แต่แล้วผมก็กลับมาฉุกคิดขึ้นได้ 

มีบางคนบอกว่าอาการนี้คือ อาการหัวเลี้ยวหัวต่อของวัยกลางคน ฝรั่งเรียกว่า middle-age crisis หรือแปลว่าอย่างสวยหรูว่า วิกฤตการณ์วัยกลางคน แต่ผมคิดว่า ผมไม่ได้เป็นอะไรมากถึงขนาดจะต้องเรียกว่า วิกฤตการณ์ เพราะไม่ได้รุนแรงขนาดเหมือนเช่น วิกฤตการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งกระฉูด ราคาพอๆกันกับราคาน้ำมนต์หลวงพ่อวัดชื่อดัง 

แอ่ะ...ผมเป็นบ้าไปหรือเปล่า ผมคิดว่าผมผิดแผกแตกแยกจากคนอื่นเขาหรือเปล่า เลยพยายามหาต้นตอของสาเหตุถึงสิ่งที่เป็นอยู่ !!!


นักมนุษยวิทยาได้เคยศึกษาไว้ว่า เพศชายมักใช้สมองคิดคำนวณและมักจะอ้างอิงเหตุผลเสมอ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผู้ชายชอบเรียนวิชาการคำนวณ วิชาทางด้านวิศวกรรม และสิ่งที่เป็น ตรรกทั้งหมด และมนุษย์เพศชายยังเป็น พันธุ์ที่แสวงหาสถานะ (status seeker) ก่อนนี้เชื่อกันว่าการแสวงหาสถานะของมนุษย์นั้นเป็นอุปนิสัยเฉพาะบุคคลหรือเป็นเรื่องของวัฒนธรรมและสังคม แต่ปัจจุบันนักมนุษย์วิทยาได้ค้นพบเพิ่มเติมแล้วว่ามันเป็นแรงขับทางด้านชีววิทยาของมนุษย์เพศชาย ซึ่งฝังรากลึกอยู่ในระบบประสาทแล้วถูกกระตุ้นโดยฮอร์โมนและเคมีในสมอง เป็นแรงขับให้พยายามครอบครองครอบงำและลักษณะข่มขู่ผู้อื่น เช่น เป็นหัวโจกในชั้นเรียน คุยโอ้อวด แม้ว่าการแสวงหาสถานะมิได้จำกัดอยู่ที่เพศชาย แต่ทว่าเพศชายมีความมุ่งมั่นในเรื่องนี้มากกว่าผู้หญิง ซึ่งพฤติกรรมนี้สามารถเกิดขึ้นเกือบทุกช่วงของชีวิต โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นและวัยกลางคน

นักจิตวิทยา กล่าวว่า การที่ผู้ชายหลังวัยรุ่นนั้น แสวงหา ดิ้นรน เพื่อให้ได้มีสถานะทางสังคม ไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งสูงๆ หรือมีอำนาจมากๆ เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ของความเป็นผู้ชาย ยิ่งมีสถานะสูง มีอำนาจมาก มนุษย์ผู้ชายก็มีโอกาสเสพสุขทางเพศมากขึ้นด้วย น่าสนใจไม่น้อยที่นักวิจัยจำนวนมาก ก็ค้นพบคล้ายๆกันว่า มนุษย์เพศหญิงมีแนวโน้มที่จะนิยมชมชอบมนุษย์เพศชายที่มีอำนาจ ฐานะทางสังคมสูง หรือมีศักยภาพที่จะเป็นใหญ่เป็นโตเสียด้วย เมื่อเทียบกับรูปร่างหน้าตาความหล่อแล้ว พบว่าสู้การมีทรัพย์และมีอำนาจไม่ได้เลย และยังศึกษาพบว่าความซึมเศร้าของมนุษย์เพศชายวัยทำงานมีความเกี่ยวข้องกับปัญหาด้านอำนาจ ความสำเร็จ และการแข่งขันค่อนข้างมาก เช่น เมื่อเกิดตกงานอย่างกะทันหัน เขาจะรู้สึกสิ้นหวังเอามากๆทีเดียว ทำให้สูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเองและอาจทำให้เกิดปัญหาครอบครัวตามมาภายหลัง

นักปักษีวิทยา ได้ศึกษาพฤติกรรมของนกกระจาบไทย เพศผู้ว่ามันจะสร้างรังให้อยู่ใรทำเลที่เหมาะสม ทนแดด ทนฝน แข็งแรง และสวยงาม เมื่อถึงฤดูผสมพันธ์มันจะเชื้อเชิญ ตัวเมียที่หมายตา ให้มาดูรังที่มันสร้าง แต่จะได้ตัวเมียนั้นเป็นคู่หรือไม่อยู่ที่ตัวเมียนั้นตัดสินใจ ตัวเมียบางตัวแค่บินมาเมียงมองแล้วก็บินจากไป บางตัวบินตามมาดูแล้วจิกตีรังที่ตัวผู้นั้นสร้างไว้จนเสียหาย นัยบอกว่าจะให้ฉันอยู่รังแบบทุเรศแบบนี้เหรอ ดูถูกกันไปหน่อยแล้ว และตัวเมียบางตัวก็พอใจและยินยอมรับตัวผู้นั้นเป็นคู่ แล้วทั้งคู่ก็จะช่วยกันสร้างรังและต่อเติมให้แข็งแรงกันต่อไป แต่ถ้าตัวผู้ตัวนั้นไม่สามารถหาคู่ได้ในฤดูพันธ์นั้นก็ต้องทนอยู่คนเดียวในรังที่ตัวเองสร้างอย่างเหงาหงอย และฝึกปรือไว้รอแก้มือในฤดูกาลหน้า


และสุดท้าย ชาร์ลส์ดาร์วิน นักธรรมชาติวิทยาได้เคยกล่าวไว้ว่า สิ่งมีชีวิตต้องมีการดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอด พวกที่ไม่มีความเหมาะสมก็จะตายและพวกที่แข็งแรง หาอาหารได้เก่งกว่าก็จะมีชีวิตอยู่รอด และมีโอกาสแพร่พันธ์ต่อไป

โอ้วว์....หลายๆข้อมูลมันเหมือนกระแทกเข้ากลางหน้าอกอย่างจัง


.....การแสวงหาสถานะ
.....อัตลักษณะและการกลัวการสูญเสียอำนาจ
.....การสร้างรังของนก


หรือว่าตอนนี้........ผมกำลังอยู่บนบททดสอบตามทฤษฎีคัดสรรของกฏธรรมชาติ !!!!

ฤดูร้อน รึ ดู รัก

posted on 19 Apr 2009 14:42 by teentotravel